1. การจัดระบบทรัพยากรการเรียนรู้หมายถึงอะไร
และมีประโยชน์อย่างไร
ตอบ การจัดหมวดหมู่ หรือ การวิเคราะห์หนังสือ มาจากคำว่า Book Classification คือ การนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาจัดแยกประเภทของแต่ละสาขาวิชาอย่างกว้าง ๆโดยหนังสือที่มีเนื้อหาแบบเดียวกันจัดเอาไว้ด้วยกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันเอาไว้ด้วยกัน รวมถึงหนังสือที่มีลักษณะการประพันธ์แบบเดียวกัน จัดกลุ่มไว้ด้วยกัน
2. จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบทศนิยมดิวอี้
ตอบ ระบบทศนิยมดิวอี้ เรียกย่อๆ ว่า D.C. หรือ D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดที่นิยมระบบหนึ่ง คิดค้นขึ้นโดยชาวอเมริกัน เมลวิล ดิวอี้ ในขณะที่เขา กำลังเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์อยู่ที่วิทยาลัยแอมเฮอร์ส การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่าง ๆ
การจัดหมู่หนังสือใช้ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์แทนประเภทของหนังสือ มี
10 หมวดใหญ่ (Dewey 1980 : 471)
ดังต่อไปนี้ คือ
000 เบ็ดเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป
100 ปรัชญา
200 ศาสนา
300 สังคมศาสตร์
400 ภาษา
500 วิทยาศาสตร์
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์หรือเทคโนโลยี
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง
800 วรรณคดี
900 ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การท่องเที่ยว ชีวประวัติ ฯลฯ
ที่เกี่ยวข้อง
การแบ่งหมวดใหญ่ทั้ง10หมวดนี้เป็นการแบ่งหมวดหมู่วิชาความรู้อย่างกว้างขวาง เรียกว่า การแบ่งครั้งที่ 1 (First Summary) เลขหมวดใหญ่ยังแบ่งออกเป็นครั้งที่ 2 (Second Summary) ได้อีกหมวดละ 10 หมู่ (Dewey 1980 : 472) ดังเช่น
หมวดใหญ่ 300 สังคมศาสตร์ แบ่งเป็น 10 หมู่ ดังนี้
300 สังคมศาสตร์
310 สถิติ
320 รัฐศาสตร์
330 เศรษฐศาสตร์
340 กฎหมาย
350 รัฐประศาสนศาสตร์
360 สวัสดิการสังคม
370 การศึกษา
380 การพาณิชย์
390 ขนบธรรมเนียมประเพณีและนิทานพื้นเมือง
310 สถิติ
320 รัฐศาสตร์
330 เศรษฐศาสตร์
340 กฎหมาย
350 รัฐประศาสนศาสตร์
360 สวัสดิการสังคม
370 การศึกษา
380 การพาณิชย์
390 ขนบธรรมเนียมประเพณีและนิทานพื้นเมือง
3. จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน
ตอบ เป็นระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน: ปัจจุบันเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วย 3 อาคาร
มีพื้นที่ประมาณ 2,614,000 ตรม.
มีทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบจากทั่วโลกกว่า 460 ภาษา
โดยแบ่งมี 21 หมวด ประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I
O W X Y
4. จงอธิบายหมวดหมู่ในการจัดเก็บสื่อโสตทัศน์
ตอบ
1. แผนที่ MA(MAP)
2. ภาพ PIC(Picture)
3. ภาพโปสเตอร์ PR(Poster)
4. ภาพยนตร์ F(Film)
5. ภาพนิ่ง S(Slide)
6. ภาพเลื่อน FS(Filmstrip)
7. แผ่นโปร่งใส TR(Transparency)
8. แถบบันทึกเสียง CT(Cassette tape)
9. วีดิทัศน์ VC(Videotape)
10. ไมโครฟิล์ม MIC(Microfilm)
11. แผ่นเสียง PD(Phonodisc)
12. ซีดี-รอม CD(CD-ROM)
13. วิดีโอคอมแพคดิสก์ VCD
14. ดิจิทัลวิดีโอดิสก์ DVD
5. ถ้านิสิตสืบค้นทรัพยากรการเรียนรู้ และพบที่สันหนังสือมีเลข 371.33 อ 834 ท แสดงว่าตัวเลขหมวดหมู่ดังกล่าว
มีความหมายว่าอะไร จงอธิบาย
ตอบ 371.33 อ 834 ท มีความหมายว่า
371 คือ
เลข 3 เป็นเลขหลักร้อย 300 ในหมวดใหญ่ กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์
.33 คือ
เลข 3 เป็นเลขหลักสิบ 030 ในหมวดย่อย หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรม
อ. คือ
ตัวอักษรแรกของชื่อผู้แต่ง
834 คือ
เลขผู้แต่งหนังสือ
ท. คือ
อักษรตักแรกของชื่อหนังสือ
6. หมวดหมู่ของระบบอเมริกันและระบบ ดิวอี้ต่างกันอย่างไร
ตอบ ระบบทศนิยมดิวอี้ Dewey Decimal
Classification D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือ
ตามระบบทศนิยม
ระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือโดยแบ่งมี 21
หมวดประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I O W X Y
หมวดประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I O W X Y
7. จงอธิบายประโยชน์ของการเสริมปกอ่อนให้ปกแข็ง
ตอบ 1. ต้นทุนต่ำ ประหยัดงบประมาณ โดยเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อเล่ม
2. มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
3. มีขั้นตอนในการทาที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม
4. รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ
5. รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชารุดเสียหาย
6. มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
7. สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์
8. ไม้เนียน คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรในการเสริมปก
ตอบ ไม้เนียน คือ ไม้ที่มีลักษณะแบนราบ และเรียบ มีประโยชน์ คือ
ใช้รีดสิ่งประดิษฐ์ให้มีความเรียบเนียน และติดทน (กรณีใช้กาว)
9. วัสดุอุปกรณ์ในการเสริมปกมีอะไรบ้าง
ตอบ 1. กาวลาเท็กซ์
เช่น TOA
2. กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12หรือมีความหนาประมาณ .050
นิ้ว
3. ผ้าฝ้าย (100% cotton)
4. มีดคัตเตอร์
5. กรรไกร
6. แผ่นพลาสติกรองตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ
7. ไม้กระดานแผ่นเรียบ8. แปรงทากาว
9. แท่นน้าหนัก
10. ไม้เนียน
11. เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)
12.
อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ
10. จงอธิบายความสำคัญของงบประมาณ
ตอบ ความสำคัญของงบประมาณ
1. ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนโครงการ
ตลอดจนแผนงานตั้งแต่ในระดับโครงการจนถึง
การบริหารจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
การบริหารจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
2. ใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร
ทำให้มีประสิทธิภาพในการวางแผนทางการเงินเนื่องจากเป็นแผนงานที่แสดงออกในลักษณะเชิงปริมาณจะที่เกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด
3. สามารถนำงบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของ
แต่ละหน่วยงานได้อย่างดี
11. ปีงบประมาณของส่วนภาครัฐ และเอกชนต่างกันอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ งบประมาณเอกชน คือ งบประมาณจะจัดทำขึ้นปีละครั้ง
เรียกว่า งบประมาณประจำปี เช่น รายสัปดาห์รายเดือน รายไตรมาส หรือ รายปี
โดยปีงบประมาณมักจะเป็นไปตามรอบบัญชีของเอกชน เช่น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป
งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์
และเป้าหมายในการดำเนินงานทางการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
12. จงอธิบายความหมายงบประมาณสมดุล เกินดุล
และขาดดุล
ตอบ 1. นโยบายงบประมาณสมดุล (Balanced Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปี
เท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆ
2. นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus
Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีต่างกว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน
แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเอง
3. นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit
Budget Policy) หมายถึงการกำหนดให้มีการจัดทางบประมาณการราย
จ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมใ
ปีงบประมาณดังกล่าว
จ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมใ
ปีงบประมาณดังกล่าว
ตอบ ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จำแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
1) หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
2) หมวดค่าจ้างชั่วคราว
3) หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
4) หมวดค่าสาธารณูปโภค
5) หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
6) หมวดเงินอุดหนุน
7) หมวดรายจ่ายอื่น
14. จงอธิบายความหมาย"ค่าวัสดุ" และ "ค่าครุภัณฑ์
ตอบ “ค่าวัสดุ” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ
ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้1.1 สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง
หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
1.2 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร
แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 1 ปี หรือ
1.3 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ1 ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือ
ชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท
ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์หรือ
1.4 สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน
เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม
“ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อปี้
1.1 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขึ้นไป และมีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาท หรือ
1.2 สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง
หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1 เพื่อให้มีสภาพหรือ
ประสิทธิภาพดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อดำเนินการเอง
3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น
ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายคาครุภัณฑ์