วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

กิจกรรมประจำสาระรายวิชา การจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ วันที่ 15-20 เมษายน 2557

1. การจัดระบบทรัพยากรการเรียนรู้หมายถึงอะไร และมีประโยชน์อย่างไร


ตอบ     การจัดหมวดหมู่ หรือ การวิเคราะห์หนังสือ  มาจากคำว่า  Book Classification   คือ การนำเอาทรัพยากรที่มีอยู่มาจัดแยกประเภทของแต่ละสาขาวิชาอย่างกว้าง ๆโดยหนังสือที่มีเนื้อหาแบบเดียวกันจัดเอาไว้ด้วยกัน เนื้อหาใกล้เคียงกันเอาไว้ด้วยกัน รวมถึงหนังสือที่มีลักษณะการประพันธ์แบบเดียวกัน จัดกลุ่มไว้ด้วยกัน มีประโยชน์ ดังนี้ 1. เพื่อวิเคราะห์พิจารณาแยกและหนังสือตามเนื้อหาวิชาให้เป็นระบบ 2. เพื่อสะดวกในการจัดเรียงและค้นหาข้อมูล 3. เพื่อให้ทราบสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีเนื้อหาสาระอย่างเดียวกันรวมอยู่ด้วยกัน

2. จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบทศนิยมดิวอี้

ตอบ     ระบบทศนิยมดิวอี้ เรียกย่อๆ ว่า D.C. หรือ D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือในห้องสมุดที่นิยมระบบหนึ่ง คิดค้นขึ้นโดยชาวอเมริกัน เมลวิล ดิวอี้ ในขณะที่เขา กำลังเป็นผู้ช่วยบรรณารักษ์อยู่ที่วิทยาลัยแอมเฮอร์ส                 การจัดหมวดหมู่หนังสือตามระบบทศนิยมของดิวอี้ แบ่งหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ต่าง ๆ จากหมวดหมู่ใหญ่ไปหาหมวดหมู่ย่อยต่าง ๆ

การจัดหมู่หนังสือใช้ตัวเลขเป็นสัญลักษณ์แทนประเภทของหนังสือ มี 10 หมวดใหญ่ (Dewey 1980 : 471) 

ดังต่อไปนี้ คือ

000 เบ็ดเตล็ดหรือความรู้ทั่วไป 
100 ปรัชญา 
200 ศาสนา 
300 สังคมศาสตร์ 
400 ภาษา 
500 วิทยาศาสตร์ 
600 วิทยาศาสตร์ประยุกต์หรือเทคโนโลยี 
700 ศิลปกรรมและการบันเทิง 
800 วรรณคดี 
900 ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ การท่องเที่ยว ชีวประวัติ ฯลฯ ที่เกี่ยวข้อง

การแบ่งหมวดใหญ่ทั้ง10หมวดนี้เป็นการแบ่งหมวดหมู่วิชาความรู้อย่างกว้างขวาง เรียกว่า การแบ่งครั้งที่ 1 (First Summary) เลขหมวดใหญ่ยังแบ่งออกเป็นครั้งที่ 2 (Second Summary) ได้อีกหมวดละ 10 หมู่ (Dewey 1980 : 472) ดังเช่น

หมวดใหญ่ 300 สังคมศาสตร์ แบ่งเป็น 10 หมู่ ดังนี้

300 สังคมศาสตร์ 
310 สถิติ 
320 รัฐศาสตร์ 
330 เศรษฐศาสตร์ 
340 กฎหมาย 
350 รัฐประศาสนศาสตร์ 
360 สวัสดิการสังคม 
370 การศึกษา 
380 การพาณิชย์ 
390 ขนบธรรมเนียมประเพณีและนิทานพื้นเมือง

3. จงอธิบายวิธีการจัดหมวดหมู่ด้วยระบบหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน

ตอบ     เป็นระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน: ปัจจุบันเป็นหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกอบไปด้วย 3 อาคาร มีพื้นที่ประมาณ 2,614,000 ตรม. มีทรัพยากรสารสนเทศทุกรูปแบบจากทั่วโลกกว่า  460 ภาษา  โดยแบ่งมี 21 หมวด ประกอบด้วยอักษร A-Z  ยกเว้น  I  O  W   X  Y

4. จงอธิบายหมวดหมู่ในการจัดเก็บสื่อโสตทัศน์

ตอบ
1. แผนที่                                                                MA(MAP)
2. ภาพ                                                                   PIC(Picture)
3. ภาพโปสเตอร์                                                  PR(Poster)
4. ภาพยนตร์                                                        F(Film)
5. ภาพนิ่ง                                                             S(Slide)
6. ภาพเลื่อน                                                         FS(Filmstrip)
7. แผ่นโปร่งใส                                                    TR(Transparency)
8. แถบบันทึกเสียง                                              CT(Cassette tape)
9. วีดิทัศน์                                                             VC(Videotape)
10. ไมโครฟิล์ม                                                   MIC(Microfilm)
11. แผ่นเสียง                                                       PD(Phonodisc)
12. ซีดี-รอม                                                          CD(CD-ROM)
13. วิดีโอคอมแพคดิสก์                                      VCD
14. ดิจิทัลวิดีโอดิสก์                                            DVD

5. ถ้านิสิตสืบค้นทรัพยากรการเรียนรู้ และพบที่สันหนังสือมีเลข 371.33  834 ท แสดงว่าตัวเลขหมวดหมู่ดังกล่าว
มีความหมายว่าอะไร จงอธิบาย

ตอบ        371.33  834  มีความหมายว่า
371 คือ เลข 3 เป็นเลขหลักร้อย 300 ในหมวดใหญ่ กลุ่มวิชาสังคมศาสตร์
.33  คือ เลข 3 เป็นเลขหลักสิบ 030 ในหมวดย่อย หนังสือรวบรวมความรู้ทั่วไป สารานุกรม
อ.    คือ ตัวอักษรแรกของชื่อผู้แต่ง
834 คือ เลขผู้แต่งหนังสือ
ท.    คือ อักษรตักแรกของชื่อหนังสือ

6. หมวดหมู่ของระบบอเมริกันและระบบ ดิวอี้ต่างกันอย่างไร

ตอบ       ระบบทศนิยมดิวอี้ Dewey Decimal Classification D.D.C เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือ
ตามระบบทศนิยม
ระบบของหอสมุดรัฐสภาอเมริกัน เป็นระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือโดยแบ่งมี 21                            
หมวด
ประกอบด้วยอักษร A-Z ยกเว้น I O W X Y

7. จงอธิบายประโยชน์ของการเสริมปกอ่อนให้ปกแข็ง

ตอบ       1. ต้นทุนต่ำ ประหยัดงบประมาณ โดยเฉลี่ยประมาณ 5 บาทต่อเล่ม

2. มีวิธีการขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน

3. มีขั้นตอนในการทาที่รวดเร็ว ประหยัดเวลา ประมาณ 5 นาทีต่อเล่ม

4. รูปเล่มมีความคงทนแข็งแรงในการให้บริการ

5. รูปเล่มสามารถทรงตัวอยู่บนชั้นหนังสือได้ โดยปกไม่ชารุดเสียหาย

6. มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

7. สามารถรักษาโครงสร้างรูปร่างของหนังสือได้อย่างสมบูรณ์

8. ไม้เนียน คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรในการเสริมปก

ตอบ              ไม้เนียน คือ ไม้ที่มีลักษณะแบนราบ และเรียบ  มีประโยชน์ คือ ใช้รีดสิ่งประดิษฐ์ให้มีความเรียบเนียน และติดทน (กรณีใช้กาว)

9. วัสดุอุปกรณ์ในการเสริมปกมีอะไรบ้าง

ตอบ       1. กาวลาเท็กซ์ เช่น TOA

2. กระดาษแข็งหรือกระดาษปกเบอร์ 12หรือมีความหนาประมาณ .050 นิ้ว

3. ผ้าฝ้าย (100% cotton)

4. มีดคัตเตอร์

5. กรรไกร

6. แผ่นพลาสติกรองตัดเพื่อไม่ให้โดนโต๊ะ

7. ไม้กระดานแผ่นเรียบ8. แปรงทากาว

9. แท่นน้าหนัก

10. ไม้เนียน

11. เครื่องเจียนกระดาษ (ถ้ามี)

12. อื่น ๆ ได้แก่ ไม้บรรทัด ดินสอ

10. จงอธิบายความสำคัญของงบประมาณ 

ตอบ       ความสำคัญของงบประมาณ
1. ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการควบคุมต้นทุนโครงการ ตลอดจนแผนงานตั้งแต่ในระดับโครงการจนถึง
การบริหารจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
2. ใช้เป็นเครื่องมือของฝ่ายบริหาร ทำให้มีประสิทธิภาพในการวางแผนทางการเงินเนื่องจากเป็นแผนงานที่แสดงออกในลักษณะเชิงปริมาณจะที่เกิดขึ้นในเวลาที่กำหนด
3. สามารถนำงบประมาณไปใช้ในการควบคุมแผนงานก็จะช่วยให้ฝ่ายบริหารสามารถติดตามผลการปฏิบัติงานของ
แต่ละหน่วยงานได้อย่างดี

 11. ปีงบประมาณของส่วนภาครัฐ และเอกชนต่างกันอย่างไร จงอธิบาย

ตอบ       งบประมาณเอกชน คือ งบประมาณจะจัดทำขึ้นปีละครั้ง เรียกว่า งบประมาณประจำปี เช่น รายสัปดาห์รายเดือน รายไตรมาส หรือ รายปี โดยปีงบประมาณมักจะเป็นไปตามรอบบัญชีของเอกชน เช่น เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมและสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม เป็นต้น ส่วนของภาครัฐจะเริ่มปีงบประมาณในวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดปีงบประมาณในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป งบประมาณจึงเป็นเครื่องมือที่ช่วยในการวางแผน กำหนดวัตถุประสงค์ และเป้าหมายในการดำเนินงานทางการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

12. จงอธิบายความหมายงบประมาณสมดุล เกินดุล และขาดดุล

ตอบ       1. นโยบายงบประมาณสมดุล (Balanced Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปี
เท่ากับประมาณการรายได้ในปีนั้นๆ
2. นโยบายงบประมาณเกินดุล (Surplus Budget Policy) ซึ่งหมายถึงการประมาณการให้รายจ่ายประจำปีต่างกว่าประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน แนวทางนี้ต้องเรียกว่าเป็นแนวเศรษฐกิจพอเพียง คือ การใช้จ่ายอย่างระมัดระวังไม่เกินตัวนั่นเอง
3. นโยบายงบประมาณขาดดุล (Deficit Budget Policy) หมายถึงการกำหนดให้มีการจัดทางบประมาณการราย
จ่ายสูงกว่างบประมาณการรายได้ในปีเดียวกัน ซึ่งทำให้เกิดการกู้ยืมเงินหรือนำเงินสำรองมาใช้จ่ายเพิ่มเติมใ
ปีงบประมาณดังกล่าว

13. หมวดงบประมาณประกอบด้วยกี่หมวด อะไรบ้าง

ตอบ     ประเภทรายจ่ายศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้จำแนกออกเป็น 7 หมวด ดังนี้
1)            หมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ
2)            หมวดค่าจ้างชั่วคราว
3)            หมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุ
4)            หมวดค่าสาธารณูปโภค
5)            หมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง
6)            หมวดเงินอุดหนุน
7)            หมวดรายจ่ายอื่น

14. จงอธิบายความหมาย"ค่าวัสดุ" และ "ค่าครุภัณฑ์

ตอบ        ค่าวัสดุ หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อไปนี้1.1 สิ่งของซึ่งโดยสภาพเมื่อใช้แล้วย่อมสิ้นเปลือง หมดไปเอง แปรสภาพ หรือไม่คงสภาพเดิมอีกต่อไป หรือ
1.2 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร แต่มีอายุการใช้งานมในระยะเวลาประมาณไม่เกิน 1 ปี หรือ
1.3 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรและมีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ1 ปีขึ้นไป แต่มีราคาหน่วยหนึ่งหรือ
ชุดหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท ยกเว้นสิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์หรือ
1.4 สิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาใช้ในการบำรุงรักษาหรือซ่อมแซมทรัพย์สิน เพื่อให้มีสภาพหรือประสิทธิภาพคงเดิม

ค่าครุภัณฑ์” หมายความว่า
1. รายจ่ายเพื่อซื้อ แลกเปลี่ยน จ้างทำ ทำเองหรือกรณีอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในสิ่งของดังต่อปี้
1.1 สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวร มีอายุการใช้งานในระยะเวลาประมาณ 1 ปี ขึ้นไป และมีราคาหน่วยหนึ่งหรือชุดหนึ่งเกิน 5,000 บาท หรือ
1.2 สิ่งของตามตัวอย่างสิ่งของที่เป็นครุภัณฑ์
2. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการประกอบ ดัดแปลง หรือต่อเติมสิ่งของตามข้อ 1 เพื่อให้มีสภาพหรือ
ประสิทธิภาพดีขึ้น
ค่าใช้จ่ายตามวรรคแรกให้หมายความรวมถึงค่าสิ่งของที่ส่วนราชการซื้อมาเพื่อดำเนินการเอง
3. ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องชำระพร้อมกับค่าสิ่งของ เช่น ค่าขนส่ง ค่าภาษี ค่าประกันภัย ค่าติดตั้ง ฯลฯ ให้เบิกจ่ายในรายจ่ายคาครุภัณฑ์


วันศุกร์ที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2557

แบบฝึกหัดทบทวน Coordinating - Reporting - ประเภทของสื่อในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้

1. สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงานมีอะไรบ้าง
ตอบ สิ่งสำคัญเบื้องต้นของการประสานงาน ได้แก่
1. การจัดวางหน่วยงานที่ง่าย (Simplified Organization)ในการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้การจัดวางหน่วยงานควรคำนึงถึง
  • การแบ่งแผนกซึ่งช่วยในการประสานงาน
  • การแบ่งตามหน้าที่
  • การจัดวางรูปงานและระเบียบการที่ชัดแจ้งแก่ทุก ๆ คนที่เกี่ยวข้อง
2. การมีโครงการและนโยบายอันสอดคล้องต้องกัน (Harmonized Program and Policies)
3. การมีวิธีติดต่องานภายในองค์การที่ทำไว้ดี (Well – Designed Methods of Communication)
เครื่องมือที่ช่วยในการติดต่อส่งข่าวคราวละเอียด ได้แก่
  • แบบฟอร์มในการปฏิบัติงาน (Working Papers)
  • รายงานเป็นหนังสือ (Written report)
  • เครื่องมือวิทยาศาสตร์ในการติดต่องาน เช่น ระบบการติดต่อภายในโรงพิมพ์ เป็นต้น
4. เหตุที่ช่วยให้มีการประสานงานโดยสมัครใจ (Aids to Voluntary Coordination) การประสานงานส่วนมากมักจะเกิดขึ้นจากการร่วมมือโดยสมัครใจของบุคลากรในศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
5. ประสานงานโดยวิธีควบคุม (Coordination through Supervision) หัวหน้างานมีหน้าที่จะต้องคอยเฝ้าดูการดำเนินปฏิบัติงานต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างสอดคล้องและจะต้องใช้วิธีประเมินผลการปฏิบัติงานทุกระยะจะได้ทราบข้อบกพร่องหาทางแก้ไขให้การปฏิบัติงานถูกต้องยิ่งขึ้น

2. เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) มีอะไรบ้าง
ตอบ เทคนิคการประสานงาน (Techniques Coordination) ได้แก่
  • จัดให้มีระบบการติดต่อสื่อสารทั้งภายในหน่วยงานและภายนอกหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การกำหนดอำนาจหน้าที่และตำแหน่งงานอย่างชัดเจน
  • การสั่งการและการมอบหมายอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
  • การใช้คณะกรรมการหรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ประสานงานโดยเฉพาะการประสานงานภายในองค์การ
  • การจัดให้มีการประสานงานระหว่างพนักงานในองค์การ
  • การจัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา
  • การติดตามผล
3. จงอธิบายอุปสรรคของการประสานงาน มาพอเข้าใจ
ตอบ อุปสรรคของการประสานงาน มีดังนี้
1. การขาดความเข้าใจอันดีต่อกันระหว่างผู้ปฏิบัติงานด้วยกันจะกลายเป็นสาเหตุทำให้การติดต่อประสานงานที่ควรดำเนินไปด้วยดี ไม่สามารถกระทำได้
2. การขาดผู้บังคับบัญชาหรือผู้บริหารที่มีความสามารถ
3. การปฏิบัติงานไม่มีแผน ซึ่งเป็นการยากที่จะให้บุคคลอื่นๆ ทราบวัตถุประสงค์และวิธีการในการทำงาน
4. การก้าวก่ายหน้าที่การงาน
5. การขาดการติดต่อสื่อสารที่ดีย่อมทำให้การท างานเป็นระบบที่ดีของความร่วมมือขาดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
6. การขาดการนิเทศงานที่ดี
7. ความแตกต่างกันในสภาพและสิ่งแวดล้อม
8. การดำเนินนโยบายต่างกันเป็นอุปสรรคต่อการประสานงาน
9. ประสิทธิภาพของหน่วยงานต่างกันจะเป็นการยากที่จะก่อให้เกิดมีความร่วมมือและประสานงานกันเพราะแสดงว่ามีฝีมือคนละชั้น
10. การทำหน้าที่ความรับผิดชอบและอำนาจไม่ชัดแจ้งทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดความกังวลใจและอาจไปก้าวก่ายงานของบุคคลอื่นก็ได้
11. ระยะทางติดต่อห่างไกลกัน
12. เทคนิคและวิธีการปฏิบัติงานในแต่ละหน่วยงานแตกต่างกัน เนื่องมาจากการกุมอำนาจหรือการกระจายอำนาจมากเกินไป

4. คำถามเพิ่มเติม : นิสิตยกตัวอย่างการประสานอย่างเป็นทางการ และไม่เป็นทางการ มาคนละ วิธีการในการประสานงาน
ตอบ        1. วิธีประสานงานอย่างเป็นทางการ หมายถึง มีแบบพิธีที่ต้องปฏิบัติเช่น มีหนังสือติดต่อหรือต้องแจ้งให้ คณะกรรมการเฉพาะกิจรับรู้และขอความเห็นชอบ ทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือการเสนอรายงานเป็นลำดับขั้น เป็นต้น
2. วิธีประสานงานอย่างไม่เป็นทางการ หมายถึง การประสานงานอย่างไม่มีพิธีรีตอง เพียงแต่ทำความตกลงให้ทราบถึงการที่จะปฏิบัติให้เป็นไปในจังหวะเวลาเดียวกันด้วยจุดประสงค์เดียวกัน การดำเนินการจะอาศยความใกล้ชิดสนิทสนมเป็นส่วนตัวระหว่างบุคคล

5. การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไรต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
ตอบ การรายงานผลการดำเนินงานการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อ ๆ ไป

                                                                                                                                                                   

แบบฝึกหัดท้ายหน่วยการเรียนรู้ที่ 9

1. การรายงานผลมีความสำคัญอย่างไร ต่อการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้
ตอบ  การรายงานผลการดำเนินงานการจัดการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้เป็นส่วนสำคัญในการแสดงข้อมูลอย่างเป็นระบบให้กับผู้บังคับบัญชา หรือสาธารณชนได้รับทราบผลการดำเนินงาน และเป็นการนำเสนอเพื่อปรับปรุงในการดำเนินงานครั้งต่อ ๆ ไป
                                                                                                                                                                   

คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้

1. ข่าวของมหาวิทยาลัยบูรพาในหน้าหนังสือพิมพ์จัดอยู่ในประเภทของทรัพยากรการเรียนรู้ใด และมีชื่อเรียกว่าอะไร
ตอบ  อยู่ในประเภทของสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ตีพิมพ์ ได้แก่ หนังสือ และสิ่งพิมพ์ต่อเนื่อง

2. ถ้าต้องการคัดเลือกสื่อวีดิทัศน์มาให้บริการนิสิตจะมีหลักการอย่างไรในการคัดเลือกสื่อดังกล่าว
ตอบ  สื่อวีดิทัศน์จัดเป็นสื่อทรัพยากรการเรียนรู้ที่ไม่ตีพิมพ์ มีหลักการคัดเลือกดังนี้
1. สะดวกในการใช้ ไม่ซับซ้อนยุ่งยากจนเกินไป
2. มีคุณภาพ มีเทคนิคการผลิตที่ดี มีความชัดเจนและเป็นจริง
3. ราคาไม่แพงเกินไป
4. ถ้าจะผลิตเองควรคุ้มกับเวลาและการลงทุน

3. การจัดซื้อทรัพยาการเรียนรู้มีกี่วิธีการ อะไรบ้าง
ตอบ  วิธีการจัดซื้อทรัพยาการเรียนรู้มี 4 วิธี คือ
1. จัดซื้อ ตามความต้องการของหน่วยงานเป้าหมายที่จะมาใช้บริการศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ ได้แก่
     1.1 สั่งซื้อโดยตรง : ในประเทศ / ต่างประเทศ
     1.2 สั่งซื้อผ่านร้าน / ตัวแทนจำหน่าย : ในประเทศ / ต่างประเทศ
     1.3 เว็บไซต์ : ในประเทศ / ต่างประเทศ
     1.4 จัดซื้อในรูปภาคีร่วมกับศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้สถาบันอุดมศึกษาอื่น ๆ
2. รับบริจาค : องค์กร/หน่วยงานที่ต้องการเผยแพร่ข้อมูล บุคคล
3. ผลิตเอง : วีดิทัศน์ ภาพถ่าย บันทึกการประชุม/สัมมนา สแกนภาพ
4. แลกเปลี่ยน : ในการให้บริการระหว่างศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ในเครือข่าย

4. จากตัวอย่างสาระของ Web link แนะนำศูนย์ทรัพยากรการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ 4 หรือ 5 มหาวิทยาลัย
จงอธิบายถึงภารกิจหน้าที่ในการให้บริการมีอะไรบ้าง ตอบใน Weblog
ตอบ     1. สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง มีหน้าที่คือ การสนับสนุนการจัดการศึกษา ผลิตสื่อส่งเสริมการเรียนการสอน จัดและผลิตรายการวิทยุและโทรทัศน์เพื่อการศึกษาการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ มีการควบคุมการออกอากาศของโทรทัศน์ภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงเป็นศูนย์กลางการควบคุมระบบเครือข่ายการเรียนการสินทางไกล vdo conference 10 ช่องสัญญา และการประกันคุณภาพ ภายใต้นโยบายคุณภาพ สำนักเทคโนโลยีการศึกษา มุ่งมั่น พัฒนา ระบบบริหาร ผลิตและบริการเทคโนโลยีการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการพึงพอใจ
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=h0IYs-39shU




             2. สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มีหน้าที่คือ การบริการทรัพยากรสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ สนับสนุนการเรียนการสอนและการวิจัย โดยให้บริการทั้งนักศึกษาและบุคลากรภายในมหาวิทยาลัยและบุคคลภายนอก มีการจัดการบริการอย่างเป็นระบบ มีหนังสือมากมายหลายประเภท รวมถึงมุมที่ใช้อ่านหนังสือ อีกทั้งยังมีการจัดอบรมคอมพิวเตอร์ สำหรับจัดกิจกรรมส่งเสริมสารานิเทศตลอดภาคการศึกษา มีบริการห้องค้นคว้าบุคคล บริการจอง บริการหนังสือสำรอง และยังมีเครื่องยืมหนังสืออัตโนมัติ เมื่อต้องการยืมหนังสือด้วยตนเอง และมีเคาเตอร์ในการสอบถามคำแนะนำในการใช้ห้องสมุด และมีบริการคอมพิวเตอร์เพื่อการสืบค้นข้อมูลสารสนเทศ หรือ OPAC  มีบริการถ่ายเอกสาร มีมุมหนังสือ Best seller และยังมีห้องฝึกอบรมคอมพิวเตอร์โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=kRJNiJrAUD0





3. สำนักหอสมุดกลาง หอสมุดพระราชวังสนามจันทร์ มหาวิทยาลัยศิลปกร มีหน้าที่คือ การให้บริการยืม-คืนหนังสือที่มีอย่างหลากหลาย มีการบริการยืมหนังสือด้วยตัวเอง สามารถยืมหนังสือได้เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน หนังสือมีทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ มีการแบ่งประเภทหนังสือตามรายวิชาหรือตามคณะ

แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=13FWsyzDvTM




4. สำนักบริหารศิลปวัฒนธรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑ์ มีหน้าที่คือ เปรียบเสมือน
Gate way ทำหน้าที่เสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์ และ ภาพรวมของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยสื่อมัลติมีเดียที่ทันสมัย สะท้อนความเป็นสถาบันดมศึกษาชั้นนำระดับโลก และ เป็นเสาหลักของแผ่นดิน เป็นแหล่งการเรียนรู้ทั้งทางด้านศาสตร์และศิลป์ และแหล่งท่องเที่ยวในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ภายในมหาวิทยาลัย มีการจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑ์ในหลายๆ เรื่อง เช่น เครื่องมือแพทย์ หน่วยทันตกรรมของคณะแพทย์ศาสตร์ สมุนไพร เทคโนโลยีทางภาพ สิ่งมีชีวิตและพืช สถานธรณีวิทยา ธรรมชาติทางทะเล รวมไปถึงเรื่องเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม ดนตรีทั้งไทยและเทศ เป็นต้น
แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=sl7SgYA6JDI 




5. สำนักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตศรีราชา มีหน้าที่คือ มีบริการต่าง ๆ โดยแบ่งเป็นแต่ละฝ่าย ได้แก่ สำนักงานเลขานุการ ทำหน้าที่ รับผิดชอบงานด้านการบริหาร งานธุรการการเงิน งานคลัง งานพัสดุ งานนโยบายและแผน และงานประกันคุณภาพ ฝ่ายเทคโนโลยีการศึกษา ทำหน้าที่  ให้บริการโสตทัศนูปกรณ์และเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน บริการห้องเรียน การผลิตสื่อต่าง ๆ ตลอดจนงานศิลปกรรม ฝ่ายบริการคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่  ให้บริการการควบคุมดูแลและบำรุงรักษาเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร์เพื่อการบริหาร ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ ตลอดจนจัดทำระบบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ รวมทั้งจัดวางระบบสารสนเทศ ภายในมหาวิทยาลัยฝ่ายห้องสมุด ทำหน้าที่ สนับสนุนการเรียนการสอนสำหรับนักศึกษา บุคลากรภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย ฝ่ายซ่อมบำรุง ทำหน้าที่ รับผิดชอบซ่อมแซม บำรุงรักษา ติดตั้งและปรับปรุงระบบไฟฟ้า ตรวจสอบสภาพการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ รวมถึงการซ่อมแซมครุภัณฑ์การเรียน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ เป็นต้น

แหล่งอ้างอิง : http://www.youtube.com/watch?v=s5ZI57Rd9tU